เรามาพูดถึงของฝากยอดฮิตของดาวโลกที่เราอาศัยอยู่กัน
พวกเพื่อนๆคิดว่า ของฝากยอดฮิตของดาวดวงนี้คืออะไรหรือครับ

โมขออนุญาติไล่มาจากอันดับ 3 ก่อนก็แล้วกัน
เวลาเพื่อนไปต่างประเทศ สิ่งที่จะต้องมีมาฝากหรือติดไม้ติดมือมา

อันดับ 4  :  ธงสามเหลี่ยมที่ปักชื่อประจำเมืองของประเทศนั้น
อันดับ 3  :  เสื้อที่บ่งบอกชื่อประเทศว่า มึงมาเยี่ยมกูแล้ว !!
อันดับ 2  : พวงกุญแจ ที่มีข้อความหรือบอกว่า กูไปเที่ยวประเทศนี้มานะ กุเลยเอามาฝากพวกมึงให้รู้ว่า กุไปมา - -

จากอันดับ 4 เป็นต้นมา ผมว่าทุกคนก้อคงจะเคยได้เป็นของฝากกันมาละหละ
แน่นอนครับ บางทีอาจจะมีกระดาษปากกาจากประเทศนั้นเพราะซื้อที ซื้อกันเป็นโหลๆ

ทาดาาาา ต่อไปเป็นอันดับ 1
ของฝากยอดนิยม

เพื่อน : เฮ้ยโม กูไปอังกฤษมาหวะ กุซื้อชอคโกแลตมาฝาก
เพื่อน : เฮ้ยโม กุไปอเมริกามาหวะ กุซื้อชอคโกแลตมาฝาก
เพื่อน : เฮ้ยโม กุไปจีนมาหวะ กูซื้อชอคโกแลตมาฝาก
เพื่อน : เฮ้ยโม กุไปเวเนซุเอล่ามาหวะ ซื้อชอคโกแลตมาฝาก
เพื่อน : เออ โม คือกุไปสิงค์โปรมาหวะ ซื้อชอคโกแลตมาฝาก
เพื่อน : เฮ้ย กุไปญี่ปุ่นมา ซื้อชอคโกแลตมาฝาก กูลิโกะ ของญี่ปุ่นแม่งชอคโกแลตแท้ด้วยนะเว้ยมึง

ใช่ครับ ชอคโกแลต
ใครมันเป็นต้นคิดมิทราบได้ว่า ชอคโกแลตนี่หละ คือของฝาก หาซื้อสบาย รสหวาน รับประทานง่าย
และส่วนมาก มันไม่ได้มาจากตามร้านหรอกครับไอ้พวกนี้ ซื้อ Duty Free สนามบินกันทั้งน้านนน
ประมาณว่า ไม่ต้องแบกให้เสียเวลา หรือไม่ก้อห่าเพื่อนกุเยอะหวะซื้อแม่งทีเดียวเลยละกัน ชอคโกแลตสนามบินนี่หละ ยอดฮิต

มันรู้สึกประหลาด เหมือนคุณไปญี่ปุ่นซื้อของ Made in China - -
เข้า 7-11 ก้อมีให้แดกละชอคโกแลต แพงอีกตะหาก ชอคโกแลต dove 5 ชิ้นหรือ 6 ชิ้น 30 บาท
แดกแล้วก้ออ้วนยังจะแพงอีก
แต่คนซื้อ คงคิดประมาณว่า ระหว่างชอคโกแลต กับไม่มีของมาฝากมึงเลย จะเลือกอะไร

สมมุติ มนุษย์ต่างดาวมากเยือนโลก
 (กรุณาทำเสียงหุ่นยนต์)
(สมมุติว่ามันมีเงินโลกแล้วสื่อสารกับชาวโลกได้ละกัน)

ต่างดางA : บี๊บๆ นาเนียวเซนเคียวริคอ (เฮ้ยกุไปเยือนดาวโลกมาหวะ ซื้อของมาฝากมึงด้วยนะ)
ต่างดางB : นาเรซํนริคอ ซูลูเผ่าอ้าวดีนะป๊าบ ? (ซื้ออะไรมาวะ ?)
ต่างดางA : ชอคโกแลต (ตรงตัวไม่ต้องแปล ทับศัพท์)
ต่างดางB : ......

ปล เราเรียกมนุษย์ต่างดาวว่ามนุษย์ต่างดาว เราก็คือมนุษย์ต่างดาวสำหรับมันเหมือนกันอ่ะแหละ !!

เคยเจอคำที่ได้ยินครั้งแรกแต่เข้าใจเลยมั๊ยครับ ไม่ทราบว่า ทำไม
เงือก เป็นตัวละครในนิยายที่ถูกอุปโหลกขึ้นมา มีลักษณะรูปร่างหน้าตาสวยงาม เสียงไพเราะเพราะพริ้ง เรือลำใดได้ยินจะหลงแล้วก้อจะวิ่งไปชนกะโขดหิน
แต่เมื่อมาอยู่ในบางประโยค

(เหตุการณ์สมมุติ)
เพื่อน      :      โมๆ มึงดูสาวคนนั้นเดะ หน้าตาแม่งโคตรเงือก!! อ่ะ
โม          :       ..... (ตกลงเค้าสวยหรือไม่สวยวะ ? แล้วทำไมกุเข้าใจว่ามันไม่สวย - -)

โทรไปสั่งน้ำหอมจากเพื่อนครับ
โม      :     เฮ้ยเกตุ อิสเซ่ มิยาเกะ ขวดดิ เด๋วโอนตังค์เลย
เกตุ     :     ได้เลยแก เดี๋ยวชั้นจัดให้
เกตุ     :     เออ แกๆ มีน้ำหอมใหม่มาๆๆๆ (ทำเสียงตื่นเต้นเล็กน้อย)
โม      :    ไม่เอาแกเดี๋ยวผิดกลิ่น (ไม่ใช่แมว - -)
เกตุ     :    แต่แก แกพลาดแล้วแกจะเสียใจ
โม      :    ขนาดนั้นเลยหรอวะ
เกตุ     :   โหย หอมโฮกๆ อ่ะแก
โม      :    ..... หอม โฮกๆ

ใครนะ ช่างบัญญัติศัพท์
ไม่มีความหมายแต่ทำไมกุเข้าใจทั้งที่เพิ่งได้ยิน

โฮกๆ แปลว่า มากๆ สุดๆ
อีเห็ดสด  แปลว่าอะไรไม่รู้ แต่ทำไมกูเข้าใจ ?
อีดอกกรอบ (กระดกลิ้นด้วย) แปลว่าอะไรไม่รู้ แต่รู้สึกรุนแรงกว่าดอกทอง (ศัพท์ประจำคณะผมตอนเรียน)

คุณหละครับ มีศัพท์ประเภทนี้ติดตัวมั๊ย ? ู^^
ปล. ภาษาไทยเป็นภาษาที่โลดโผนที่สุดในโลก !!


ความคิดไร้สาระที่ 5
สังเกตุคนเล่นหวย เห็นอะไรมักเอาไปตีเป็นตัวเลข เห็นขี้หมาก้อมองเห้นเลขได้ (ไปฝึกเคล็ดลับตาทิพย์มาจากไหน ?)
10 คน เห็นจอมปลวกตีเลขออกมา คนละ 10 เลขเป็น 100 เลข
มันก้อต้องถูกซักเลขละคร๊าบบ เจ้าประคูณทูลหัว !! อย่างงี้ไงก้อแม่นวะ
พอแทงไม่ถูกก้อมานั่งพูดว่า "อ๋อ มันต้องตีเป็นแบบนี้กลับแบบนี้คูณแบบนี้"

(เหตุการณ์สมมุติ)
โม      :     เมื่อวานกุฝันหวะ
เพื่อน  :     ฝันอะไรวะ
โม      :     ฝันว่าเห็น "กิ้งก่า"
เพื่อน  :     แล้วมันทำอะไรกะมึงป่าววะ ?
โม      :     มันมองกุเฉยๆ
เพื่อน  :     ..... งั้นมันมาให้โชคมึงละหละ
เพื่อน  :     ..... กิ้งก่า ตัวย่อมัน  ก.ก.
เพื่อน  :    ก ไก่ในตัวเลข ..... อื้มๆๆๆ ..... ปิ๊ง !! (เสียงไอเดียบรรเจิด)
เพื่อน  :    99 !!
เพื่อน  :    99 แน่เลยโมเอ้ย  รวยแน่มึง มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ !!
โม      :     เออ มึงแทงไปเหอะ กุไม่เล่นหวย

(เพื่อนไปแทงเรียบร้อยครับ  99)
ณ วันหวยออก ฟังวิทยุ (มันชอบลุ้นไม่ชอบเช็คในเว๊บ)
 "เลขที่ออกกกกกกกกกกกกกกกกกก   9   (เช็ดๆ ตัวแรกมาแล้วเว้ยยย โดนแน่ๆๆๆๆ)   ........
(คนไทยมักจะเว้นช่วงนานๆเพื่อความตื่นเต้นหาสวรรค์วิมานอะไรไม่ทราบ).... 8 !!!!  (หวยออก 98)
แถวบ้านเรียกหวยแดก

เพื่อน  :    ห่าโมแม่ง ฝันไม่แม่นเลยหวะ !!
โม      :  .... (ถ้ากุฝันแม่นกุไปปลูกบ้านที่ญี่ปุ่นละ)
เพื่อน  :  มันพลาดตรงไหนวะ ? (คิดๆ)
เพื่อน  :  .ปิ๊ง !! (ไอเดียบรรเจิด Again)  
เพื่อน  :  กิ้งก่า ภาษาอีสานมันอะไรวะ ?
โม      :   กะปอม ไง แสส
เพื่อน  :   กะ ปอม
เพื่อน  :   อืมๆ กะปอม
เพื่อน  :   กะปอม =  ก.ป. เออหวะ 98 นี่หว่า เหี้ย มึงฝันแม่นนะนี่ !!
โม      :  .... (มันก้อยังคิดได้)

คนประเภทนี้ผมเรียกว่า   หวยออกแล้วค่อยแม่น !!
ปล. (สรุปก้อวัดดวงอยู่ดีหละวะ  ว่ามันจะแม่นมาโดนสูตรไหน)


ความคิดไร้สาระที่ 6
นั่งอ่านหนังสือชื่อ "โลกมักเล่นตลกกับเรา"
เนื้อหาข้างในจะเป็นประมาณแบบ
ฝนมักตกในวันที่เราไม่พกร่ม
วันไหนติดไฟแดง มันมักจะแดงทุกแยกที่เราผ่าน
เวลาโทรศัพท์ดังเราวิ่งไปหามันมักรับช้าไป 0.5 วิ


ผมสามารถทำลายความฝันของนักเขียนผู้นี้ได้ในทันทีที่อ่านด้วยประโยคเดียวครับ

ฝนมักตกในวันที่เราไม่พกร่ม
"กุไม่พกร่ม วันนี้ฝนไม่ตกหวะ โชคดีจริงๆว้อยยยยย" เคยคิดแบบนี้กันมั่งป่าวอ่ะ ?

วันไหนติดไฟแดง มันมักจะแดงทุกแยกที่เราผ่าน
 "เฮ้ยย วันนี้ติดแยกเว้นแยกหวะ เฮ้ยย โชคดีจิงๆเว้ยยย" เคยคิดแบบนี้กันมั่งป่าวอ่ะ ?

 เวลาโทรศัพท์ดังเราวิ่งไปหามันมักรับช้าไป 0.5 วิ
"ห่าเอ้ยย อีกนิดเดียวก้อรับไม่ทันละ !!" เคยคิดแบบนี้กันมั่งป่าวอ่ะ ?

แต่ที่ผมคิดอยากใส่ในหนังสือเล่มนี้
คนมักไม่อยากตื่นในเช้าวันจันทร์ หรือวันทำงาน !! (วันไหนวันหยุด ตื่นมาตั้งกะไก่โห่ ทั้งที่ไม่มีไรทำ แถมนอนต่อไม่หลับอีกตะหาก !!)

ปล. สิ่งที่ทำให้เราคิด คือมันไม่ราบรื่นกะไม่สำเร็จ - -    <<== ประโยคนี้แหละ

สรุป ที่ตรูคิดมานี่มันไร้สาระจิงๆนั่นแหละครับ T-T

ช่วงเวลาก่อนบวชของผม

posted on 02 Jul 2009 16:07 by mota645

วันแรกที่จะมาบวช (อ่อ โมบวชที่อุบลนะครับช่วงเดือนพฤศจิกายน ณ ฤดูหนาว ไม่ใช่ฤดูหนาวธรรมดาๆ นะ ฤดูหนาวมากก เวรเอ้ยยย)
จากความเชื่อโบราณ มีการบัญญัติไว่ว่า ผู้ที่จะมาบวชต้องมาอยู่วัดก่อน 3 เดือน นุ่งขาวห่มขาวอีกห้าเดือนแล้วบวชเณรอีกกี่เดือนไม่รู้
(ขอขอบคุณความเจริญที่ทำให้พิธีการนี้ หายไปจากสังคมเป็นบางวัด -/\-)

แต่พระอาจารย์ให้ผมมาวัดก่อน 15 วัน เพื่อมาท่องคำขอสวดครับ เนื่องจากที่บ้านไม่มีสมาธิท่องแน่ๆ
เนื่องจากพอที่บ้านรู้ว่าโมจะบวชปุ๊บ
คุณพี่ชายทั้งสอง คุณขนุนและคุณทุเรียน
ก้อได้รวมหัวกันไปซื้อ one piece ตั้งแต่เล่มแรกยันเล่มสุดท้าย
(ครบชุด - -) น่าจะประมาณ 49 เล่มมาอ่านกันครับ
คุณพี่ชายครอบครัวผลไม้รุมตอมทึ้งการ์ตูนกันหยั่งกะแมลงวันตอมขี้ มดขึ้นแมลงสาป หรืออื่นๆที่จะบรรยายได้
พร้อมกับพูดว่ากันว่า

...... สนุกหวะ
 (one piece เล่ม 1 อยู่ในมือผมแล้วครับ - - แปลงมาจากบทขอสวดบาลี ซึ่งต้องจำประมาณ 6 หน้า บาลีเพียวๆ)
จำได้อย่างเดียวว่า อ่านไปถึงเล่มสี่สิบกว่าๆแล้วเหลืออีกตั้งนึง  (แถวบ้านเรียก มารผจญสินะ ใช่สินะ !?)
ไอ้โมตัดสินใจผละจาก one piece เล่มสี่สิบกว่าๆ (จะจบอยู่ละเพิ่งตัดใจ) )เดินทางจากกรุงเทพ มาอุบล
โดยทางรถไฟครับตู้นอนชั้น 1 ค่าเดินทาง 1280 บาทสุดสาย
โดยมีเพื่อนที่ผมรักมากคนนึงมาส่งชื่อไอ้เต๋อครับ มารับที่บ้านมาส่งที่สถานีรถไฟ (โอ้ว เพื่อนเลิฟ ถ้าเปงผู้ ญ กุแต่งกะมึงแน่)
พร้อมกับนั่งคุยกันด้วยบทสนทนาบอกไม่ถูก
ขึ้นรถไฟแล้วครับ มันก้อขึ้นมาส่งถึงห้อง)

ไอ้โม : เออ ขอบใจมากนะ กลับก่อนก้อได้ เด๋วจะนาน
เต๋อ : เออ ไม่เป็นไร นั่งเป็นเพื่อนมึง
ไอ้โม : เฮ้ย เกรงใจ
เต๋อ : กลัวมึงเหงา
ไอ้โม : ....... (เอ่อ คือ ... มันทำตาหวานซึ้ง ไม่รู้จะตอบโต้เยี่ยงไร)
ก้อนั่งคุยกันเป็นเพื่อน (แบบตาหวานซึ้ง) กันจนรถไฟออกนั่นแหละครับ
อ้อ รูมเมทของผมเป็นชาวสิงค์โปร์ที่จะไปลงที่สุรินทร์ครับ มาถึงอังกฤษเป็นไฟ (คุณโมดำน้ำ บุ๋งๆ จนดับไฟลงได้)
จับใจความได้ว่า คุณเคยไปเที่ยวลาวมั๊ย ลาวสวยมากเลยนะนั่นนู่นนี่ เมืองโน้นเมืองนี้ (ไอ้ห่าราก กุจะท่องบาลี)

กว่าจะจบบทสนทนา ล่อไป ห้าทุ่ม - - หนีออกมาสูบบุหรี่แก้เครียดซักมวน ออกมา เจอฝรั่ง(ยิ่งเบื่อมักยิ่งเจอ) มองมาที่หน้าเรา แล้วพูดว่า
ฝรั่ง :  "Hi"
ไอ้โม :    what's up (เสียงแผ่วเบา)
รายนี้ไปเที่ยวพม่ามา - - 
หนีภัยไฟไหม้มาด้วยการดำน้ำ เข้าห้องน้ำ เตรียมเข้าห้องไปท่องบทสวด
สิงค์โปร์แมน : คร๊อกกกกกกกกกกกก ฟรี้ ZzZzZzzz
ไอ้โม : ........
คุณสิงค์โปรกรนโชว์ ด้วยจังหวะและสำเนียงโอเปร่า แต่จังหวะเป็นแจ๊ส (คือ  ไม่แน่นอน)
ไม่ท่องมันแล้วโว้ยย !!! ท่องที่นู่นทีเดียว
ปิดไฟนอนแล้วครับ
ระหว่างนอนรถไฟก็โคลงไปมา ประตูห้องข้างๆสั่น ไอ้พวกนี้ ไม่มีปัญหากับการนอนของผมครับ
สิ่งที่มีปัญหากับการนอนของผมบนรถไฟในห้องนั้น มีอย่างเดียวเท่านั้นครับ
เสียงกรน...... ของสิงคโปร์แมน

ไม่ทราบว่าชาติก่อนเกิดเป็นอูฐรึเปล่า กรนดุจอูฐคำราม
ความเป็นจังหวะของการกรน ของคนทั่วไป ปกติควรจะเป็น
ครอก....    ฟรี้
แต่สิงคโปร์แมน : คร่อกกกกก ...... (ชั่วขณะ)     คร่อกกกกก  ..... ฟรี้ ......  ฟื๊ดดดดดด   ขอกกกกกกก  ขอกก ขอกกก  (นิ่งชั่วขณะ)     ฟรี้
เวรเอ้ยย กรนก้อไม่เหมือนคนปกติ ยังออกมา  ART ตอนนี้ !!!

ปกติเวลานอนไม่หลับเพราะมีคนกรน ผมจะนับเสียงกรนเป็นเหมือนนับแกะ
แต่ของบุคคลท่านี้ แกะมันมาทีละส่วน   หางมาก่อน  หัวตามมา ตามด้วยขาหลัง
กว่าจะได้นอนก้อ ตอนถึงสุรินทร์นั่นแหละครับ จุดหมายของสิงคโปร์แมน (ตี 5 ... ได้ยินข่าวว่ารถไฟถึงอุบล เจ็ดโมง - -)
เอาหละ เกริ่นมาเยอะละ (เออ เยอะเกินไปจิงๆหวะ เพิ่งสำรวจ)
ถึงอุบลลงจากรถไฟ อากาศดีมากครับ ดีจริงๆ (สำหรับนกเพนกวิน - -)
พระอาจารย์มารับด้วยรถกระบะ mazda BT 50 ดูแล้วช่างวัยรุ่นจิงๆ
ขึ้นรถ นั่งคุยกะพระอาจารย์กะลุงที่ขับรถ จับใจความได้ว่า  จากสถานีรถไฟ ไปถึงวัด ประมาณ ชั่วโมงกว่า (ตกลง กุลงรถไฟถูกจังหวัดป่าววะ)
เอาว่ามาถึงวัดแล้วละกันครับ ไม่งั้นยาวแน่  พระอาจารย์ ถามคำแรกว่า
พระอาจารย์ : กินง่ายมั๊ย ?
ผม : ง่ายครับ
พระอาจารย์ : แน่นะ
ผม : .... [มีแผนอะไรรึเปล่าวะ]
เก็บข้าวเก็บของ อาบน้ำไม่ถึงชั่วโมง ก็มีข้าวมาเสริฟจากพ่อใหญ่ที ที่เป็นชาวหมู่บ้านก่อน้อยครับ (ผมบวชชนบท)
เป็นข้าวสวยกับผัดผัก ชาวบ้านแถวนี้ทำกับข้าวอร่อยมาก ขอชมๆ (คาดว่า เอานิ้วแตะอะไรก้อจำแลงเป็นของอร่อยได้ ^^")
แล้วก้มีบทสนทนากันเล็กน้อย แต่ใจความสำคัญประมาณนี้
พ่อที : เห็นมาจากกรุงเทพ เลยทำข้าวสวยให้กิน
ผม  :  โอ้ยย ไม่เป็นไรครับ ผมกินง่าย
พ่อที : งั้นกินข้าวเหนียวได้บ่ ?
ผม  : ได้ครับ
จากบทสนทนาข้างต้น ทำให้ผมไม่ได้เห็นข้าวสวยอีกเลยเป็นเวลา สี่เดือน - -
ไว้มาต่อวันหลังนะครับ มันยาวแล้ว - -